ถมที่สูงกว่าถนนในไทย ข้อดี-ข้อเสีย และข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ

มีคนเคยเปรียบเปรยไว้อย่างน่าฟังว่า “การถมที่ก็เหมือนการขีดเส้นอนาคตของบ้านหลังหนึ่ง”
ปี 2568 เป็นอีกปีที่ผู้คนจำนวนไม่น้อยหันมาพิจารณาเรื่องระดับความสูงของแปลงที่ดินก่อนการปลูกสร้าง
คำถามหนึ่งที่มักจะได้ยินบ่อย คือ “ควรถมที่ให้สูงกว่าถนนหรือไม่”

การถมที่สูงกว่าถนน กลายเป็นภาพที่เห็นบ่อยตามโครงการจัดสรร บ้านเดี่ยว และอาคารพาณิชย์
ในซอยเล็ก หรือถนนหลักในเขตเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพ เชียงใหม่ ขอนแก่น
ความสูงของที่ดินไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่เกี่ยวพันกับการใช้งาน ระบายน้ำ และกฎหมาย

บทความนี้จะพาไปสำรวจทุกแง่มุมของการถมที่สูงกว่าถนน ผ่านมุมมองของเจ้าของที่ดิน ผู้ประกอบการ และผู้เชี่ยวชาญ
เพื่อให้คุณตัดสินใจด้วยข้อมูลครบถ้วน ไม่ใช่แค่ตามกระแส

ทำไมเจ้าของที่ดินถึงเลือกถมที่ให้สูงกว่าถนน

ป้องกันน้ำท่วม: เหตุผลยอดนิยมของการถมที่สูง

เจ้าของที่ดินหลายรายในกรุงเทพและปริมณฑลเลือกถมที่ให้สูงขึ้นจากระดับถนนเฉลี่ยประมาณ 30–60 เซนติเมตร
เพราะต้องการลดความเสี่ยงจากน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะในฤดูฝนที่ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยของไทยอยู่ที่ประมาณ 1 200–1 600 มิลลิเมตรต่อปี
ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยของโลกเกือบเท่าตัว ตามข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยา

เมื่อปี 2564 กรุงเทพฯ ประสบปัญหาน้ำท่วมขังใน 45 เขต โดย 80 เปอร์เซ็นต์เกิดจากฝนตกหนักต่อเนื่องกับระดับพื้นที่ต่ำ
เจ้าของที่จึงเริ่มมองเห็นว่า “ระดับพื้น” อาจกลายเป็นจุดแข็ง หากวางแผนไว้ล่วงหน้า

เพิ่มมูลค่าทรัพย์สิน: มุมมองนักลงทุนและผู้ประกอบการ

นักลงทุนอสังหาริมทรัพย์มองว่าการถมที่สูงไม่เพียงเพิ่มความปลอดภัย แต่ยังเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้ซื้อ
โครงการจัดสรรที่ถมสูงอย่างเป็นระบบสามารถขายได้ราคาสูงกว่าปกติราว 8–15 เปอร์เซ็นต์ ตามสถิติของกรมที่ดิน
และที่สำคัญ ผู้ประกอบการบางรายระบุว่า “การยกที่ให้สูงขึ้น ยังสะท้อนถึงความใส่ใจในคุณภาพโครงการ”
ซึ่งส่งผลต่อแบรนด์ในระยะยาว

ตัวอย่างจากพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากในไทย

พื้นที่อย่างบางบัวทอง ปทุมธานี และบางเขน คือสามในห้าเขตที่กรมโยธาธิการและผังเมืองจัดอยู่ในกลุ่ม “เสี่ยงท่วมซ้ำซาก”
จากการประเมินเมื่อปี 2566 พบว่า พื้นที่ที่ถมสูงกว่าถนนอย่างน้อย 50 เซนติเมตร มีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมลดลงถึง 62 เปอร์เซ็นต์
ข้อมูลเหล่านี้จึงไม่ใช่แค่ความรู้สึก แต่เป็นข้อเท็จจริงที่สะท้อนผ่านสถิติ
การถมที่สูงจึงอาจเป็น “การลงทุนระยะยาว” ในแง่ความมั่นคงของทรัพย์สิน

ข้อดีของการถมที่สูงกว่าถนน

ลดความเสี่ยงจากน้ำท่วมและการไหลย้อนของน้ำเสีย

หนึ่งในปัญหาที่เจ้าของบ้านในเมืองไทยพบเป็นประจำ คือ น้ำฝนที่ไหลย้อนเข้าบ้านผ่านท่อระบาย
การถมที่ให้สูงกว่าระบบท่อ จะช่วยป้องกันการไหลย้อนของน้ำเสีย และน้ำฝนขังเข้าพื้นที่พักอาศัย
วิศวกรโยธาระบุว่า การถมให้สูงกว่าถนนเพียง 50 เซนติเมตร สามารถลดการไหลย้อนกลับได้ถึง 85 เปอร์เซ็นต์

ระบายพื้นได้ดี ติดตั้งระบบระบายน้ำง่าย

พื้นที่ที่สูงกว่าถนนมักสามารถวางระบบระบายน้ำได้โดยไม่ต้องพึ่งพาปั๊มน้ำ
การไหลตามแรงโน้มถ่วงเป็นวิธีที่ธรรมชาติที่สุด และใช้ได้ดีในระยะยาว
นอกจากนี้ ยังช่วยลดการอุดตันของท่อ และลดต้นทุนบำรุงรักษา

การต่อเติมหรือปลูกสร้างบ้านในระดับที่ปลอดภัย

ในแง่สถาปัตยกรรม การมีพื้นที่ดินสูงกว่าถนน จะช่วยให้การต่อเติม เช่น ระเบียงหน้าบ้าน โรงจอดรถ หรือชั้นลอย
สามารถออกแบบได้อย่างอิสระมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังลดความเสี่ยงจากน้ำซึมเข้าสู่รากฐานอาคาร โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนที่รุนแรงขึ้นทุกปี

ข้อเสียและความเสี่ยงที่ควรรู้

อาจถูกร้องเรียนจากเพื่อนบ้าน: ผลกระทบต่อพื้นที่ใกล้เคียง

เมื่อเราถมที่สูงขึ้น น้ำฝนย่อมต้องไหลลงที่อื่น
หากไม่ได้ออกแบบทางระบายน้ำที่ดีพอ อาจทำให้น้ำไปไหลท่วมแปลงข้างเคียง
และอาจกลายเป็นข้อพิพาทที่นำไปสู่การฟ้องร้อง

น้ำท่วมกลับหรือดันน้ำไปยังแปลงอื่น

หนึ่งในปัญหาที่มักเกิดขึ้น คือ “น้ำท่วมกลับ” หรือ reverse flooding
เมื่อเราแก้ปัญหาในแปลงเรา แต่กลับกลายเป็นสร้างปัญหาให้คนอื่น
สำนักการโยธาในหลายจังหวัดเริ่มรณรงค์ให้มีการวางระบบร่วมกัน ทั้งถนน ท่อ และระดับพื้นดินของแต่ละแปลง

ค่าใช้จ่ายสูง: ต้องใช้ดินมาก + โครงสร้างเสริมกำแพงกันดิน

การถมที่สูงไม่ใช่แค่ค่าดิน
ยังต้องรวมค่าขนส่ง ค่าปรับระดับ ค่าก่อสร้างกำแพงกันดิน และระบบระบายน้ำ
โดยเฉลี่ยแล้ว การถมที่สูงกว่าถนน 1 เมตร ในพื้นที่ 100 ตารางวา จะมีค่าใช้จ่ายไม่ต่ำกว่า 180 000–250 000 บาท

ความเสี่ยงทางกฎหมาย (พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร, กฎหมายสิ่งแวดล้อม)

ตามกฎหมายควบคุมอาคาร ปี 2522
การถมดินต้องไม่กระทบการระบายน้ำสาธารณะ
หากไม่มีการวางระบบอย่างถูกต้อง อาจถูกสั่งระงับการก่อสร้าง หรือปรับเป็นเงิน
หลายคนไม่รู้ว่า การถมที่เกิน 1 เมตรในพื้นที่เขตเมือง ต้องขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น

สรุปเนื้อหา: ถมที่สูงกว่าถนนในไทย ต้องวางแผนแบบ “รอบด้าน”

การถมที่ให้สูงกว่าระดับถนน อาจดูเป็นการตัดสินใจที่ง่าย
แต่ในความจริงแล้ว มันคือกระบวนการที่ต้องมีการคำนวณรอบด้าน
ทั้งจากมุมวิศวกรรม สถาปัตยกรรม กฎหมาย และความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน

ข้อดีนั้นชัดเจน: ป้องกันน้ำท่วม เพิ่มมูลค่าทรัพย์สิน และวางระบบระบายได้ง่าย
แต่ข้อเสียก็ไม่ควรมองข้าม ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายสูง ปัญหาน้ำท่วมย้อน และความเสี่ยงทางกฎหมาย

ส่วนตัวผู้เขียนเคยมีประสบการณ์กับที่ดินในสมุทรปราการ
เจ้าของเลือกถมสูงกว่าเพื่อนบ้านถึง 70 เซนติเมตร
ผลที่ตามมาคือ ฝนตกหนักเพียงสองครั้ง น้ำจากแปลงนั้นดันไปบ้านข้างเคียงจนเจ้าของต้องรับผิดชอบค่าเสียหาย

จากเหตุการณ์นั้น ผู้เขียนได้เรียนรู้ว่า การถมที่ไม่ใช่เรื่องของ “เรา” คนเดียว
แต่คือการอยู่ร่วมกับระบบรอบตัว ตั้งแต่ท่อระบายน้ำ เพื่อนบ้าน ไปจนถึงกฎหมายเมือง

สุดท้าย หากคิดจะ ถมที่ ให้สูงกว่าถนนในปี 2568
สิ่งสำคัญที่สุดอาจไม่ใช่ดิน แต่คือ “ข้อมูล”
เพราะข้อมูลที่ถูกต้อง จะเป็นพื้นฐานที่มั่นคงกว่าดินทุกชนิดบนโลกนี้